cronaca

จบด้วยดี แท็กซี่-รถเมล์ หลังทะเลาะลั่น สะพานปิ่นเกล้า ปมปาดหน้า สั่งปรับคนละ1,000

จบด้วยดี-แท็กซี่-รถเมล์-หลังทะเลาะลั่น-สะพานปิ่นเกล้า-ปมปาดหน้า-สั่งปรับคนละ1,000

จบด้วยดี แท็กซี่-รถเมล์ หลังทะเลาะลั่น สะพานปิ่นเกล้า ปมปาดหน้า สั่งปรับคนละ1,000 คนขับแท็กซี่เผย ในมือไม่ใช่มีด ที่ผ่านมาเคยโดนรุมทำร้าย

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เพิ่มเพื่อน

จากกรณีที่โลกโซเชียล มีการแชร์ต่อและวิพากษ์วิจารณ์คลิปเหตุการณ์ขณะที่มีรถเมล์กำลังขับจะขึ้นสะพานพระปิ่นเกล้า ก่อนมีรถแท็กซี่สีเหลืองขับมาปาดหน้าและจอดขวาง จากนั้นคนขับแท็กซี่ได้ลงจากรถพร้อมอาวุธมีดในมีด ก่อนคนขับรถเมล์จะพยายามบีบแตรและให้หลบ จากนั้นทั้ง 2 ฝ่ายต่างโต้เถียงกันอยู่นาน ก่อนคนขับรถเมล์จะยอมถอยหลังและขับเลี่ยงออกไป พร้อมเรียกร้องให้กรมขนส่งตรวจสอบเหตุการณ์นี้ ตามที่เคยนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 17 พ.ย.2564 ที่กองตรวจการ กรมการขนส่งทางบก นายสมปอง สิงห์ทอง 53 ปี คนขับรถแท็กซี่ และ นายปฐมพร หนูทอง อายุ 27 ปี คนขับรถเมล์ ได้เข้ามาเจรจากับทั้งสองฝ่าย หลังจากมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันบนถนน ก่อนทีจะจับมือเข้าใจกันด้วยดี โดยทั้งคู่ถูกแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทหวาดเสียว และถูกปรับคนละ 1,000 บาท

นายสมปอง กล่าวว่า หลังจากที่เกิดเหตุ ตนก็ไปลงบันทึกประจำวันที่ สน.บางยี่ขัน ไว้แล้ว ซึ่งเรื่องราวเกิดจากตนขับรถมาจากสะพานปิ่นเกล้า มีผู้โดยสารนั่งรถอยู่ประมาณ 4 คน อยู่ๆรถเมล์ก็ขับรถมาปาดหน้า ตนก็รู้สึกข้องใจว่ามาปาดหน้าทำไม ขับปาดหน้าหลายรอบมาก ตนก็เลยขับรถขวาง ไม่ให้ไปต่อ ซึ่งตนไม่ได้ตั้งใจจะหาเรื่อง แต่ขวางเพราะจะให้ตำรวจมาและบอกว่าเขาขับรถแบบนี้

นายสมปอง กล่าวต่อว่า ส่วนสิ่งของที่ตนถือตอนลงไปไม่ใช่มีด แต่เป็นเหล็กข้อยางที่เอาไว้สำหรับเปลี่ยนยางรถ ตนเอาลงไปเพราะก็กลัวคนขับรถเมล์เหมือนกัน เราไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไรเราหรือมีอาวุธหรือเปล่า เราเลยพกไปด้วย ก่อนหน้านี้ตนเคยเจอ 5 ต่อ 1 และ 6 ต่อ 1 มาก่อน ในระหว่างที่เกิดเหตุแบบนั้น ผู้โดยสารที่นั่งอยู่ในรถกลัวจนฉี่แตก ตนก็รู้สึกสงสาร ซึ่งตอนที่อยู่ในรถตนก็บอกมาผู้โดยสารช่วยถ่ายคลิปไว้ให้หน่อย ว่าเขามาขับรถปาดหน้าทำไม ผู้โดยสารก็รีบลงแล้วส่งคลิปมาให้

ทั้งนี้ เราทั้งสองฝ่ายก็ได้เจรจากันเรียบร้อยแล้ว เรื่องที่เกิดขึ้น มันเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ ใจร้อนมากเกินไป ต่อไปจะไม่ทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้แน่นอนจึงอยากฝากบอกถึงรถเมล์และรถประจำทางทุกคัน ว่าเวลาจะแซงซ้าย แซงขวา หรือจะจอดให้ผู้โดยสารลง ควรจอดเทียบป้าย ไม่ใช่อยากจอดตรงไหนก็จอด เพราะมันจะทำให้คนที่ขับรถบนถนนเกิดอันตรายได้

adsghdtjf

ด้าน นายปฐมพร กล่าวว่า ตนขอโทษสำหรับผู้โดยสารและผู้ใช้รถใช้ถนนท่านอื่นที่ตนอารมณ์ร้อยไปนิด ตนขับรถอยู่ในเลนสอง เพราะว่าเลนซ้ายมีรถมอเตอร์ไซค์ ตนขับรถขึ้นสะพานไปด้วยความเร็ว ตอนนั้นมีผู้โดยสารกดกริ่งจะลงป้ายกะทันหัน ตนเลยจอดเข้ากะทันหันเกินไป ทำให้ปาดหน้ากันเกิดขึ้น พอคนขับแท็กซี่ลงมา ตนก็เห็นสิ่งที่เขาถือมาเป็นด้าม แต่ไม่รู้ว่าไม่คืออะไรแต่ว่าคล้ายมีด ระหว่างนั้นก็มีปากเสียงกันสักพัก แล้วแท็กซี่ก็ยอมเปิดทางให้แยกย้ายขับออกไป

Leave a Reply