Media

Guilt-Free Rewards for Your Wrist

guilt-free-rewards-for-your-wrist

ถึงเวลาให้รางวัลตัวเองด้วยนาฬิกาในงบที่จ่ายได้แบบไม่ต้องรู้สึกผิด

บทความ:
รักดี โชติจินดา

[ English ]

ช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองกลับมาเยือนเราอีกครั้งแล้ว เราขอใช้พื้นที่ 10 หน้าต่อจากนี้นำเสนอนาฬิกาหลากสไตล์จาก 5 แบรนด์ที่น่าสนใจในงบประมาณที่ไม่โหดร้าย เพื่อที่คุณจะได้ให้รางวัลตัวเองสำหรับ 12 เดือนที่ผ่านมา หรือให้รางวัลตัวเองล่วงหน้าสำหรับปีใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแบบสบายกระเป๋า

Tudor

นาฬิกาในภาพเปิดบทความนี้คือ Tudor Black Bay Chrono รุ่นใหม่ของปี ค.ศ. 2021 ซึ่งเป็นวาระครบรอบ 50 ปีการผลิตนาฬิกาโครโนกราฟของ Tudor พอดี นอกจากจะมีรุ่นหน้าปัดขาววงดำแบบในภาพแล้ว Black Bay Chrono ก็มีอีกรุ่นหนึ่งเป็นหน้าปัดดำวงเงินที่ออกมาพร้อมกัน ทั้งสองรุ่นมีวงแหวนแทคคิมิเตอร์ทำจากอโนไดซ์อลูมิเนียมสีดำบนขอบของตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 41 มม. ซึ่งกันน้ำได้ 200 เมตร

เครื่องนาฬิกาแบบขึ้นลานอัตโนมัติรุ่นคาลิเบอร์ MT5813 มีกำลังลานสำรอง 70 ชั่วโมง พื้นฐานพัฒนามาจากเครื่อง Breitling 01 และสามารถจับเวลาได้เป็นระยะเวลานาน 45 นาที การควบคุมกลไกโครโนกราฟแม่นยำด้วยการใช้คอลัมน์วีลประกอบกับเวอร์ติคอลคลัทช์ เครื่องรุ่นนี้ผ่านการทดสอบความเที่ยงตรงตามมาตรฐานโครโนมิเตอร์แล้ว แต่ Tudor ยังปรับตั้งให้มีช่วงของความคลาดเคลื่อนที่แคบลงไปอีก จากปกติที่มาตรฐานโครโนมิเตอร์อนุญาตให้ +6/-4 วินาทีต่อวัน แต่ Tudor ขอบีบให้เหลือเพียง +4/-2 วินาทีต่อวันเท่านั้น

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Tudor Black Bay Chrono

หากใครกำลังมองหานาฬิกาสีดำ เราขอแนะนำ Tudor Black Bay Ceramic เรือนเซอไพรส์ที่เปิดตัวหลังงาน Watches and Wonders Geneva เลยเพราะว่าดำได้ใจมากๆ ตัวเรือนขนาด 41 มม. ผลิตจากเซรามิกสีดำ เครื่องนาฬิกาแบบอินเฮ้าส์รุ่นคาลิเบอร์ MT5602-1U ก็ทำเป็นสีดำด้วยเช่นกันเพื่อให้เข้ากับลุคโดยรวมของนาฬิกา ที่น่าสนใจเป็นพิเศษก็คือการที่ Black Bay Ceramic รุ่นนี้เป็นนาฬิกา Tudor รุ่นแรกที่ผ่านกรรับรองมาตรฐานมาสเตอร์โครนิเตอร์โดยสถาบันมาตรวิทยาของสวิตเซอร์แลนด์หรือ METAS เงื่อนไขการรับรองกำหนดให้นาฬิกาต้องทนทานต่ออิทธิพลของสนามแม่เหล็กความแรง 15,000 เกาส์ได้ในขณะที่รักษาความเที่ยงตรงไว้ในระดับ +5/-0 วินาทีต่อวัน

Black Bay Ceramic มาพร้อมกับสายนาฬิกาสองเส้น เส้นแรกเป็นสายไฮบริดด้านบนเป็นหนังด้านล่างเป็นยาง เส้นที่สองเป็นสายผ้าสีดำที่มีเส้นสีครีมคาดกลาง นาฬิกามีการรับประกันนาน 5 ปีทั้ง Black Bay Ceramic และ Black Bay Chrono

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Tudor Black Bay Ceramic

TAG Heuer

ไปต่อกันที่ TAG Heuer จากลาโชเดอฟ็องส์ครับซึ่งปีนี้มีนาฬิการุ่นใหม่ออกมามากมายจริงๆ ที่ผ่านมาเราก็ได้นำเสนอไปแล้วหลายรุ่นดังนั้นในฉบับธันวาคมนี้จึงขอเลือกรุ่นที่ยังไม่ได้โชว์เท่านั้น และก็เป็นรุ่นที่แตกต่างจากที่โชว์ไปแล้วเป็นอย่างมากเสียด้วย

ในฝั่งจักรกลนั้นเราขอเลือกเสนอ TAG Heuer Carrera Green Special Edition หน้าปัดสีทีลซึ่งคงต้องเรียกว่าเป็นเขียวที่มีฟ้าเจือนิดๆ ออกมาดูแปลกตาและก็น่าประทับใจในตัวเรือน Carrera ทรงดั้งเดิมที่มีเส้นสายเรียบคมตั้งแต่ปี ค.ศ. 1963 ซึ่งได้รับการขยายให้ใหญ่ขึ้นเป็น 39 มม. เพื่อความร่วมสมัย หน้าปัดยังคงมีเลย์เอาท์แบบไทรคอมแพ็กซ์เหมือนเดิม เคาน์เตอร์ต่างๆ ทำเป็นลายก้นหอย มีวงทดนาทีอยู่ที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา วงทดชั่วโมงที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกาและเข็มวินาทีต่อเนื่องที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ด้านบนมีชื่อ Carrera เหนือโลโก้ Heuer แบบไม่มีคำว่า TAG ทั้งหมดอยู่ใต้แซฟไฟร์คริสตอลทรงยกสูงที่ชวนให้นึกถึงยุคสมัยเริ่มแรกของ Carrera แบบไม่มีผิดเพี้ยน

นาฬิกา Carrera รุ่นพิเศษนี้ทำงานด้วยเครื่องรุ่น Heuer 02 และสวมใส่ด้วยสายหนังจระเข้สีดำกับบานพับ เปิดตัวเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาด้วยจำนวนการผลิต 500 เรือนซึ่งไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเข้าไทยกี่เรือน แต่ถึงหมดแล้วจริงๆ ก็น่าจะยังหาจากเมืองนอกได้อยู่

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
TAG Heuer Carrera Green Special Edition

และในฝั่งอิเล็กทรอนิกส์ เราขอเลือกเสนอ TAG Heuer Connected Watch Bright Black Edition เพราะว่าเรามองว่า TAG Heuer Connected เป็นสมาร์ทวอทช์ที่ลงตัวมาโดยตลอด ถ้าให้ซื้อเองก็จะซื้อรุ่นนี้ก่อน เพราะรูปลักษณ์ใส่ได้ทุกวัน ฟังก์ชั่นครบครันและราคาอยู่ในระดับกลางๆ พอดี สำหรับรุ่น Bright Black Edition นี้เริ่มวางจำหน่ายช่วงปลายเดือนกันยายนนี้เอง พื้นฐานเป็น TAG Heuer Connected เจเนอเรชั่นที่ 3 ซึ่งทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Wear OS by Google ตัวเรือนเป็นไทเทเนียมเกรด 2 ผิวพ่นทรายและเคลือบดีแอลซีสีดำ ขอบตัวเรือนเซรามิกดำขัดเงาตกแต่งด้วยตัวเลขและขีดแลคเกอร์สีทอง

TAG Heuer Connected Watch Bright Black Edition กันน้ำได้ถึงระดับ 50 เมตร สายนาฬิกามีสายไทเทเนียมเกรด 2 เคลือบดีแอลซีดำที่สลับกับสายสีดำอีกเส้นที่เป็นหนังลูกวัวด้านบนและยางด้านล่างได้โดยง่าย แบตเตอรี่มีความจุ 430 มิลลิแอมป์ชั่วโมงจึงอยู่ได้ 1 วันเต็มตามสภาพการใช้งานปกติ การชาร์จไฟใหม่ใช้เวลารอบละ 90 นาที

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
TAG Heuer Connected Watch Bright Black Edition

Rado

World of Watches Thailand เชียร์ Rado แบบเป็นจริงเป็นจังมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2016 หลังจากที่ Rado เริ่มใช้แคมเปญสื่อสารด้วยภาพแนวไลฟ์สไตล์ในงาน Baselworld ปีนั้น เพราะเรามองว่า Rado ประสบความสำเร็จในการเอาตนเองไปอยู่ในจุดที่เป็นช่องว่างระหว่างแบรนด์ที่เน้นเรื่องกลไกเป็นหลักและแบรนด์สไตล์แฟชั่น

Rado เป็นแบรนด์นาฬิการะดับผู้นำของวงการเนื่องจากมีการใช้วัสดุไฮเทคเซรามิกในการผลิตตัวเรือนและสายนาฬิกามาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1986 ด้วยความตั้งใจให้ได้มาซึ่งเรือนเวลาที่สามารถคงความสวยงามได้ยาวนาน แม้เวลาจะผ่านไปหลายทศวรรษ ในเมื่อไฮเทคเซรามิกเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญแห่งการเป็นนาฬิกา Rado เช่นนี้ เมื่อทางแบรนด์นำนาฬิกา Captain Cook กลับมาผลิตอีกครั้งเมื่อปี ค.ศ. 2017 เราจึงได้ยินเสียงเรียกร้องหนาหูให้ Rado ผลิตนาฬิการุ่นดังกล่าวด้วยวัสดุไฮเทคเซรามิกด้วย แล้วในปีนี้จึงมีการผลิตนาฬิกา Captain Cook ด้วยตัวเรือนและสายไฮเทคเซรามิกอย่างที่ทุกคนรอคอยในที่สุด

ในปี ค.ศ. 2021 นี้เราได้เห็นนาฬิกา Captain Cook High-Tech Ceramic ขนาด 43 มม. ใน 4 เวอร์ชั่นด้วยกัน รุ่นที่เรานำภาพมาเป็นตัวอย่างในหน้านี้คือเวอร์ชั่นตัวเรือนและสายไฮเทคเซรามิกสีดำ Rado เลือกเพิ่มความน่าสนใจให้กับนาฬิกาดำน้ำรุ่นนี้ด้วยการใช้หน้าปัดที่ผลิตจากแซฟไฟร์คริสตอลรมดำ พอให้มองทะลุลงไปเห็นเครื่องนาฬิกาแบบจักรกลรุ่น Rado R734 ที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนเข็มทั้งสามได้ เครื่องนาฬิการุ่นนี้ใช้แฮร์สปริงนิวาครอนซึ่งมีประสิทธิภาพในการทนทานต่อสนามแม่เหล็ก กำลังลานสำรองยาวนานเหลือเฟือ 80 ชั่วโมง และมีสัญลักษณ์รูปสมอหมุนบริเวณตำแหน่ง 12 นาฬิกาทางด้านหน้าปัดซึ่งเป็นหนึ่งในซิกเนเจอร์สำคัญของ Rado

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Rado Captain Cook

เราสามารถกล่าวได้ว่า Rado ประสบความสำเร็จอีกครั้งในการออกแบบเรือนเวลาที่ดูร่วมสมัยทั้งในด้านรูปลักษณ์และวัสดุ เห็นแบบนี้แล้วต้องยอมรับเลยว่าเขาจับจุดถูกว่าผู้ซื้อนาฬิกาในยุคสมัยใหม่นี้ต้องการอะไรจริงๆ ไม่เพียงเท่านั้น Rado ยังร่วมงานกับดีไซเนอร์จากหลายสาขาในหลายประเทศของโลกอีกด้วยเพื่อออกแบบนาฬิกาที่นำความสร้างสรรค์และแปลกใหม่มาสู่วงการ อย่างเช่น Rado True Square Over the Abyss ในหน้าตรงข้ามนี้

ในครั้งนี้ Rado เลือกจับมือกับสองศิลปินคู่หูจากนิวเดลี ไจเต็น ทูคราว และ สุเมียร์ ทากรา จนเกิดเป็นเรือนเวลาไฮเทคเซรามิกสีน้ำเงินที่มีเรื่องราวบอกเล่าถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และชุมชนต่างๆ ทั่วโลก ผ่านทางเข็มทั้ง 37 ที่ไล่สีจากน้ำเงินไปจนถึงชมพูเพื่อเป็นตัวแทนไทม์โซนทั้งหลายของโลก

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Rado True Square Over the Abyss

Frederique Constant

เวลาที่ใครถามเราว่าเริ่มเล่นนาฬิกาซื้อแบรนด์อะไรดี เราจะนึกถึง Frederique Constant เป็นคำตอบหนึ่งเสมอ Frederique Constant ก่อตั้งที่เจนีวา มหานครแห่งการประดิษฐ์นาฬิกาเมื่อปี ค.ศ. 1988 ด้วยเป้าหมายที่ชัดเจนในการผลิตนาฬิการะดับลักชัวรีที่มีราคาพอจะเข้าถึงได้สำหรับผู้สนใจ ตลอดระยะเวลา 33 ปีที่ผ่านมา Frederique Constant ยังคงยึดมั่นในเจตนารมณ์ดังกล่าว แม้ว่าอุตสาหกรรมนาฬิกาจะมีช่วงขึ้นหรือลงอย่างไรก็ตาม โดยเริ่มผลิตเครื่องในรูปแบบอินเฮ้าส์ด้วยตั้งแต่ปี ค.ศ. 2004 ก่อนที่จะเริ่มใช้งานอาคารโรงงานแห่งใหม่ขนาดใหญ่ 3,200 ตารางเมตรเมื่อปี ค.ศ. 2006 และยังมีการลงทุนเพิ่มเติมในด้านการพัฒนาและควบคุมคุณภาพเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

ในสายตาของคนที่รู้จักนาฬิกา Frederique Constant เป็นแบรนด์ที่มีราคาสมเหตุสมผล เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าสู่วงการหรือให้ความสำคัญกับเรื่องของความคุ้มค่า ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์นี้มีทุกสิ่งให้คุณเลือกตรงตามความต้องการ ตั้งแต่นาฬิกา 3 เข็มธรรมดาไปจนถึงเพอร์เพทชวลคาเลนดาร์และตูร์บิยองฟ และรุ่นที่เราเลือกมานำเสนอในบทความนี้ก็คือ Frederique Constant Classic Moonphase Manufacture  

นาฬิการุ่นนี้มีฟังก์ชั่นมูนเฟสโดดเด่นอยู่ที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกาและมีเข็มชี้วันที่ถ่วงบาลานซ์อยู่ด้านตรงข้าม พร้อมด้วยตรงเลขโรมันฟอนท์ทรงผอมสูงรอบหน้าปัดสีเงิน ทั้งหมดประกอบกันเป็นความคลาสสิกในระดับที่เรียกได้ว่าเหนือกาลเวลา ใส่กี่ปีก็ไม่มีเบื่อหรือตกยุคอย่างแน่นอน นาฬิการุ่นนี้ทำงานด้วยเครื่องออโต้แบบอินเฮ้าส์รุ่น FC-712 ฝาหลังเป็นแบบแซฟไฟร์คริสตอลคุณจึงสามารถเห็นงานขัดแต่งเครื่องที่สวยงามตามระดับราคาได้ ทั้งการขัดลายเพอร์ลาจบนเมนเพทและการขัดเลยเซอร์คูลาร์โค๊ตเดอเชอแนฟบนบริดจ์กลาง สวมใส่บนข้อมือด้วยสายหนังลูกวัวพิมพ์ลายหนังจระเข้สีน้ำตาลเข้ม

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Frederique Constant Classic Moonphase Manufacture

Frederique Constant ดังเรื่องนาฬิกาเวิลด์ไทม์ด้วยเช่นกัน ล่าสุดเมื่อเดือนกันยายนก็มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ในคอลเลคชั่น Highlife ชื่อว่า Highlife Worldtimer Manufacture ซึ่งเป็นนาฬิกาตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 41 มม. กับสายแบบอินทีเกรท ฟังก์ชั่นสำคัญคือเวิลด์ไทม์ที่บอกเวลาทั้ง 24 ไทม์โซนของโลกได้พร้อมกันโดยใช้วงแหวนชื่อเมืองประกอบกับวงแหวนตัวเลข 24 ชั่วโมงที่แบ่งสีเป็นช่วงกลางวันและกลางคืน ทั้งหมดล้อมรอบลวดลายแผนที่โลกบริเวณกลางหน้าปัดอย่างลงตัว การตั้งค่าทั้งหมดทำได้โดยง่ายผ่านทางเม็ดมะยมของเครื่องอินเฮ้าส์แบบขึ้นลานอัตโนมัติรุ่น FC-718

Frederique Constant Highlife Worldtimer Manufacture เป็นนาฬิกาที่มีสาย 3 แบบในชุด ได้แก่ สายสเตนเลสสตีล สายหนังนูบัคสีน้ำเงินและสายยางสีน้ำเงินซึ่งทั้งหมดนี้คุณสามารถสับเปลี่ยนได้เองโดยง่ายเพื่อให้ได้ลุคที่ต้องการหรือเพื่อให้ตรงกับความต้องการในการใช้งานของแต่ละวัน  

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Frederique Constant Highlife Worldtimer Manufacture

Carl F. Bucherer

ขอปิดบทความนี้ด้วยนาฬิกา 2 รุ่นจาก Carl F. Bucherer แบรนด์ที่มีชื่อเสียงและเรื่องราวผูกพันกับเมืองลูเซิร์นอย่างไม่สามารถแยกออกจากกันได้ ลูกค้าผู้ซื้อนาฬิกาชาวไทยอาจไม่คุ้นเคยกับชื่อนี้ แต่ลูกค้าชาวจีนคุ้นแน่นอนเพราะว่ามีส่วนช่วยดันยอดขายของ Carl F. Bucherer อย่างต่อเนื่องในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จากเดิมที่มียอดขายปีละ 6,000 เรือนในปี ค.ศ. 2010 ก็เพิ่มขึ้นตามลำดับจนถึงปีละ 30,000 เรือนในปี ค.ศ. 2019 เดี๋ยวเราต้องขออัพเดทกับทางแบรนด์ว่าปีล่าสุดขายดีเพียงใด

Carl F. Bucherer มีนาฬิกาหลายคอลเลคชั่นเพื่อตอบโจทย์การใช้งานต่างกัน ขอเริ่มที่คอลเลคชั่น Manero โดยเจาะจงไปที่รุ่น Manero Flyback ที่เราปลื้มที่สุด ตัวเรือน 43 มม. ผลิตจากสเตนเลสสตีลหรือโรสโกลด์ มาพร้อมกับหน้าปัดสีต่างๆ และสายหลายประเภท ส่วนมากดูแล้วให้ความแคชวลและสง่างามในเวลาเดียวกัน หน้าปัดสไตล์ไบคอมแพกซ์มีเข็มวินาทีต่อเนื่องที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกาและวงทดเวลา 30 นาทีที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา กลไกโครโนกราฟของเครื่องออโต้รุ่น CFB 1970 นี้เป็นแบบฟลายแบ็คจึงเริ่มจับเวลารอบใหม่ได้ทันทีโดยไม่ต้องกดหยุดเข็มและรีเซ็ทเข็มก่อน หน้าต่างวันที่ถูกจัดวางในตำแหน่ง 6 นาฬิกาอย่างเรียบร้อยจึงรักษาไว้ซึ่งความสมมาตรของหน้าปัดดีไซน์คลาสสิกนี้ได้เป็นอย่างดี

Manero Flyback มีรายละเอียดอีกหลายอย่างที่เราชอบ ไม่ว่าจะเป็นความมีมิติตื้นลึกหนาบางที่เกิดจากการใช้หลักชั่วโมงแบบประดับและเคาน์เตอร์ที่เว้าลงไปบนพื้นหน้าปัด การที่ Carl F. Bucherer ผลิตนาฬิการุ่นนี้ด้วยหน้าปัดสีต่างๆ ก็เป็นเรื่องที่ดีเช่นกัน อย่างเช่นสีฟ้าอมเทาแบบในภาพตัวอย่างหน้าตรงข้ามนี้ และไม่ว่าคุณจะเลือกซื้อ Manero Flyback พร้อมสายโลหะหรือสายหนังก็สามารถใส่นาฬิการุ่นนี้ได้ตลอดไม่ว่าจะเป็นวันใดในสัปดาห์ โดยไม่ต้องคำนึงถึงการแต่งตัวในแต่ละวันว่าจะเป็นทางการหรือเป็นแบบสบายๆ

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Carl F. Bucherer Manero Flyback

และรุ่นสุดท้ายที่เลือกมาแนะนำในบทความนี้ก็คือ Carl F. Bucherer Patravi TravelTec จากคอลเลคชั่น Patravi สุดสปอร์ต นี่คือนาฬิกาที่เกิดมาเพื่อนักเดินทางอย่างแท้จริงด้วยการบอกเวลาใน 3 ไทม์โซนของโลกพร้อมกันด้วยการใช้เข็มจีเอ็มทีกลางหน้าปัดชี้ไปยังสเกล 24 ชั่วโมงบนขอบหน้าปัดแบบคงที่ซึ่งซ้อนอยู่กับวงแหวน 24 ชั่วโมงที่ปรับตำแหน่งได้ด้วยการกดปุ่มแบบสกรูว์ดาวน์ที่ตำแหน่ง 10 นาฬิกา แต่ว่า Patravi TravelTec รุ่นนี้ขนาดโตถึง 46.6 มม. เลยทีเดียว ถ้าข้อมือใหญ่ไม่พอก็ใส่ไม่ได้นะครับ

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Carl F. Bucherer Patravi TravelTec

บทความที่เกี่ยวข้อง: Some Notable Takeaways from GPHG 2021


We pick 10 watches from five brands that will not break the bank to inspire your festive shopping.

Words: Ruckdee Chotjinda  

It is that time of the year: the holiday season. To celebrate your achievements in the past 12 months and give yourself an advanced incentive for your future success in the new year, it is totally reasonable to consider a good watch that does not break the bank. Let us give you some ideas from five brands.

Tudor

The Tudor Black Bay Chrono for 2021 marks the 50th anniversary of the brand’s chronograph watch production. Tudor presents two new dial versions of the watch: opaline with black counters and black with silver counters. Both feature a black anodised aluminium tachymeter bezel insert on a 41 mm stainless steel case that is water resistant to 200 metres.

The self-winding Calibre MT5813 with a power reserve of 70 hours is developed based on the Breitling 01 movement. Capable of measuring a period of up to 45 minutes, the precise control of the chronograph function is ensured with the use of a column wheel and vertical clutch. The movement is COSC-certified, but the deviation range imposed by Tudor is +4/-2 seconds per day, as opposed to the +6/-4 seconds per day range permitted by the standard chronometer.

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Tudor Black Bay Chrono

For a stealthier choice, check out the Tudor Black Bay Ceramic. This surprise release after Watches and Wonders Geneva makes a stylistic and technical statement. Its 41 mm ceramic case and the in-house Calibre MT5602-1U are fashioned completely in black to be consistent with the overall look of the timepiece. More importantly, this is the first Tudor watch to have been certified under the Master Chronometer standard by the Swiss Federal Institute of Metrology or METAS. The criteria are such that each watch must be able to withstand magnetic fields of 15,000 gauss while also delivering accuracy in the range of +5/-0 seconds per day.

The watch comes with a new hybrid leather and rubber strap, as well as an additional black fabric strap with a cream band down the centre. Same as the Black Bay Chrono, buyers of the Black Bay Ceramic benefit from a 5-year international guarantee.

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Tudor Black Bay Ceramic

TAG Heuer

TAG Heuer represents the next brand on our agenda. The firm from La Chaux-de-Fonds released quite a wide range of novelties this year. We have covered some of them in the earlier print issues of 2021, so we will present only the pieces we have not – and they are very, very different.

Mechanically, we are drawn to the TAG Heuer Carrera Green Special Edition with an unusual dial colour choice of teal with a stunning blend of green and blue. Building on the clean lines and perfect proportions of the original Carrera watch from 1963, this contemporary interpretation in a 39 mm size maintains the standard tricompax layout with snailed subdials for the minute counter at three o’clock, hour counter at nine o’clock and running second hand at six o’clock. The Carrera moniker is printed on top of the retro Heuer logo with the TAG designation. Everything is protected underneath the glass box-style sapphire crystal whose shape is reminiscent of the period in which the Carrera was born.

This Calibre Heuer 02-powered special edition is worn on a black alligator leather strap with a folding clasp. It was first unveiled in May. We do not have information on how many pieces of the 500 were allocated to Thailand, but you should be able to get it from a foreign source if it is no longer available locally.

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
TAG Heuer Carrera Green Special Edition

Electronically, consider the TAG Heuer Connected Watch Bright Black Edition. We have always looked at the TAG Heuer Connected as a very interesting smartwatch choice when you consider style, function and price. For this new Bright Black Edition whose sales began in late September, the brand has given their third generation of Wear OS by Google-operated smartwatch a new look with black DLC, a sandblasted grade 2 titanium case and a polished black ceramic bezel bearing a golden colour lacquer accent.

The TAG Heuer Connected Watch Bright Black Edition is water resistant to 50 metres. It is worn on an easily swappable black DLC grade 2 titanium bracelet or black calfskin leather on a black rubber strap. The 430 mAh battery will last one full day under normal usage conditions. Recharging takes 90 minutes.

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
TAG Heuer Connected Watch Bright Black Edition

Rado

World of Watches Thailand has been a strong champion of Rado since around 2016 when they impressed us with a series of lifestyle photographs at Baselworld. To us, the defining moment was when they succeeded at using their technical skills to fill the void left by mechanically driven brands and fashion-oriented labels.

Rado reflects an unsung hero of the watch industry. Their long-standing mission to create watches of everlasting beauty is achieved with the development of high-tech ceramic to produce cases and bracelets since 1986. High-tech ceramic is, in essence, a core DNA of Rado. Thus, when the Captain Cook collection was reintroduced in 2017 in stainless steel, many watch collectors expressed a heartfelt wish to see (and buy) the watch, but in a high-tech ceramic iteration. It is not until this year that the dive watch is presented in all its high-tech ceramic glory.

For 2021, the Captain Cook High-Tech Ceramic in a 43 mm size arrives in four variations. Shown on this page, the black high-tech ceramic version sports a matching bracelet. Adding to the technical appeal, a black tinted sapphire crystal reveals the skeletonised mechanical movement at the heart of these three-hand watches: the Rado Calibre R734. This self-winding movement, equipped with an antimagnetic Nivachron hairspring, offers a generous power reserve of 80 hours. It also features Rado’s signature rotating anchor symbol at 12 o’clock on the dial side.

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Rado Captain Cook

Once again, the Swiss firm has proven that they know how to appeal to the younger generation of watch buyers. We also appreciate how they work with designers from various fields and countries on collaboration pieces that enrich the watch industry with a fresh perspective, like the Rado True Square Over the Abyss on the facing page.

For this watch, Rado partnered with artist duo Jiten Thukral and Sumir Tagra from New Delhi. The resulting matte blue high-tech ceramic timepiece explores the relationship of individuals with their communities through a sophisticated set of 37 hands in a gradation of colours, from blue to pink, to represent time zones of the world.

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Rado True Square Over the Abyss

Frederique Constant

We are often asked for recommendations of watch brands to jump start someone into mechanical watch collecting. Frederique Constant is always on our shortlist for this purpose. Based in the Swiss watchmaking capital of Geneva, Frederique Constant was established in 1988 with the clear goal of producing luxury timepieces at reasonable prices. The firm has stood by that ideal for 33 years, despite the ups and downs in the industry. They began to produce in-house calibres in 2004, moved into a 3,200 square metres facility in Plan-les-Ouates in 2006, and continue to invest in development and quality control.

Today, Frederique Constant watches are regarded as sensible choices for enthusiasts who appreciate substance and value. The brand offers everything one could ask for, from simple three-handers to perpetual calendars and tourbillons. We would like to direct your attention to the Frederique Constant Classic Moonphase Manufacture.

Characterised by a date counter, a counterbalancing moonphase indicator and elongated Roman numerals on the silver dial, this is the kind of elegant timelessness you will never get tired of – it’s the resolute constant you can depend upon year after year. Its in-house, self-winding FC-712 movement, visible through the sapphire crystal caseback, is moderately well-finished with perlage on the mainplate and circular Côtes de Genève on the central bridge. A dark brown crocodile-patterned calf leather strap completes the look of this timepiece.

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Frederique Constant Classic Moonphase Manufacture

Frederique Constant is popular for their world time watches as well. Most recently in September, the brand has made this complication available in the Highlife collection of watches on an integrated bracelet. The Frederique Constant Highlife Worldtimer Manufacture is billed as a future icon; even today, the watch checks many boxes.

The Highlife Worldtimer Manufacture gives you an encompassing knowledge of time in 24 zones of the world at once, with a city disc on the peripheral and a bicolour 24-hour ring around the motif of the earth. A single crown sets all indications of the in-house, self-winding FC-718 movement. This 41 mm stainless steel watch is worn on either the integrated bracelet, a blue nubuck leather strap or a blue rubber strap.

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Frederique Constant Highlife Worldtimer Manufacture

Carl F. Bucherer

Let us conclude this guilt-free rewards curation with Carl F. Bucherer – a watch brand forever linked to the beautiful town of Lucerne. Thai watch buyers may not be entirely familiar with the brand, but our Chinese counterparts are, and they have contributed to massive growth of the company over the years. We do not have sales figure for the latest year, but we can say that they have been on an upward trajectory year over year, from 6,000 watches sold in 2010 to over 30,000 watches sold in 2019.

Carl F. Bucherer provides a handful of collections to suit your needs. The one we bring up first is Manero. Specifically, it is the Manero Flyback that we adore. This 43 mm watch in stainless steel or rose gold is offered in several dial and strap options, most of which are casual and elegant at the same time. Its bicompax layout has the continuous second hand at nine o’clock, and the 30-minute totaliser at three o’clock. The chronograph on this watch can be restarted without first stopping and resetting the hands, thanks to the design of the self-winding CFB 1970 calibre. A date window provides added functionality at six o’clock without disturbing the symmetry of the classical dial.

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Carl F. Bucherer Manero Flyback

What can we say? We like this watch for many things, including the retro-style mushroom pushers and how the applied hour markers add to the dimensionality already afforded by the sunken subdials. We also like it for the dial colour options such as the cool blue-grey shown. Whether on a bracelet or a leather strap, this is the kind of watch you can wear to work and to weekend pursuits without having to think twice about your wardrobe.

Lastly, have a look at the Carl F. Bucherer Patravi TravelTec from the Patravi collection of sportive watches. This chronograph watch for travellers indicates time in three zones simultaneously, thanks to the use of a GMT hand against the 24-hour scale on the fixed dial flange, and against the other 24-hour scale on an internally rotating dial flange. The latter can be manipulated from the screw-down pusher at 10 o’clock. The watch measures 46.6 mm so it is by no means for the faint of heart!

Luxury watch featured by Luxuo Thailand -- The Luxury Lifestyle Curator
Carl F. Bucherer Patravi TravelTec

See also: Some Notable Takeaways from GPHG 2021

Leave a Reply